C

ปกติแล้ว TurboC++ IDE เมื่อท่านเรียกมันขึ้นมาครั้งแรก มันจะเข้าสู่โหมด Full Screen ทันที ซึ่งมันอาจจะทำให้การทำงานของท่านลำบาก แต่บางท่านอาจจะบอกว่าคลาสสิคดีได้อารมณ์โปรแกรมเมอร์รุ่นเก๋า ก็ไม่ต้องเปลี่ยนครับ แต่ถ้าท่านไหนรำคาณ มันทำให้ท่านเล่น MSN หรือดูเว็บไม่สะดวก ( ภาระกิจเยอะ ) ก็ควรปรับให้เป็น Window Mode ครับ

ขั้นตอนการปรับ TurboC++ IDE ให้เป็น Window Mode

เราต้องการปรับตั้งให้ Shortcut เข้า TurboC++ IDE ตัวไหนเข้าแบบ Window Mode ท่านก็เข้าไปที่นั่นเลยครับ ในตอนนี้ สมมุติว่า Shortcut เข้าโปรแกรมอยู่ที่ Desktop นะครับ

1. หา Shortcut ของ TurboC++ IDE แล้วคลิกขวา1ครั้ง แล้วเลือก Properties

Image hosted by servimg.com Image hosted by servimg.com

2. จะปรากฎไดอะล็อกบ๊อกซ์ชื่อว่า TurboC++ IDE Properties ขึ้นมาตอนนี้เราจะอยู่ที่แทบ General ซึ่งแสดงรายละเอียดต่างๆของโปรแกรม ให้เราคลิกแทบที่ชื่อ Screen จะปรากฎหน้าจอดังข้างล่าง

Image hosted by servimg.com

3. ตรง Usage จะมีตัวเลือก 2 ตัว คือ

- Full-screen เป็นการแสดงผลแบบเต็มจอ

- Window เป็นการแสดงผลในโหมดวินโดวส์

ให้เลือก Window ครับ

Image hosted by servimg.com

เวลาเรียกโปรแกรมขึ้นมา จะเรียกขึ้นมาในรูปแบบวินโดวส์แบบนี้ครับ ใช้งานสะดวกกระทัดรับ พับโปรแกรมลงไปก็ได้ครับ

การติดตั้ง TurboC++ IDE

posted on 17 Mar 2008 14:34 by kenessar in C

ในคลาสเรียนนี้ เราจะใช้ TurboC++ IDE เขียนโปรแกรมภาษาซี เพื่อให้เข้าใจและคุ้นเคยกับหน้าจอแบบนี้ ซึ่งอีกหน่อยท่านจะใช้โปรแกรมอลังการขนาดไหนก็ย่อมได้ ตอนนี้ใช้ตัวนี้ไปก่อนครับ มีฟังชันก์ครบเชื่อถือได้ ที่สำคัญ ฟรี !!! ครับ

ให้ท่านไปดาวน์โหลด TurboC++ IDE เสียก่อน โดยไปดาวน์โหลดที่ลิ้งค์ข้างล่างนี้

DOWNLOAD TurboC++ IDE

หลังจากที่ดาวน์โหลดเสร็จ ท่านจะได้ไฟล์ TurboC.exe ในโฟลเดอร์ที่ท่านได้ดาวน์โหลดไว้ ให้ดับเบิ้ลคลิกเข้าไป แล้วติดตั้งตามขั้นตอน

1. อ่านรายละเอียด และ คลิกปุ่ม Accept

Image hosted by servimg.com

2. เลือกไดเรคทอรี่ที่จะทำการติดตั้ง ในที่นี้ ค่าปริยาย จะตั้งไว้ที่ C:\TC (แนะนำให้ตั้งในนี้ครับจะได้ไม่มีปัญหา) หากไม่ชอบใจ อยากลงไดเรคทอรี่อื่น ก็คลิกที่ปุ่ม Browse ... เพื่อเลือไดเรคทอรี่ที่ต้องการได้เลยครับ

Image hosted by servimg.com

3. คลิกปุ่ม Install เพื่อทำการติดตั้ง

4. รอครับ รอจนกว่ามันจะติดตั้งเสร็จ เมื่อทำการติดตั้งเสร็จจะได้ Shortcut เข้าโปรแกรม ดังในรูปข้างล่าง

Image hosted by servimg.com

ซึ่งสามารถหาได้จาก Desktop และ Start Menu

ในบทต่อไปเราจะมาตั้งค่าตัว TurboC++ IDE กันก่อน ใจเย็นๆครับ ท่านได้เขียนโปรแกรมแน่ แต่ตอนนี้เตรียมตัวทำความคุ้นเคยและฝึกสิ่งง่ายๆเหล่านี้ไปก่อนครับ

edit @ 5 Feb 2011 23:47:31 by Kenessar

ชุดพัฒนาภาษาซี

posted on 16 Mar 2008 23:46 by kenessar in C

ก่อนที่เราจะทำการเขียนภาษาซีเราก็ต้องมาดูกันก่อนว่าเราจะใช้อะไรบ้าง

ในการที่เราจะเขียนภาษาซีเราจำเป็นต้องมีตัวแปรภาษาซึ่งในปัจจุบันนั้นมีให้เลือกใช้มากมาย หลายค่าย หลายยี่ห้อ โดยชุดพัฒนาพวกนี้มักรวมกับตัว Editor ที่ใช้พิมพ์ คล้ายๆ Notepad มาให้เลย ซึ่งก็สะดวกดี เราจะเรียกชุดพัฒนาแบบนี้ว่า IDE ย่อมาจากคำว่า Intergrated Develoment Environment หมายความว่า ซอฟท์แวร์ที่ช่วยในการพัฒนาโปรแรมสำหรับนักพัฒนา ซึ่งจะมีซอร์สโค้ด , Editor , Compiler หรือ Interpreter , Debugger ,ไลบรารี่ ฯลฯ ซึ่งมีทั้งแบบรุ่นเก๋ากึ๊ก ไปจนถึงรุ่นใหม่ มีอ๊อบชั่นเสริมเยอะแบบอลังการงานสร้าง

ซึ่งส่วนใหญ่สามารถหาโหลดได้ฟรีๆจากอินเตอร์เน็ต หรือลองถามพี่ Google.com ของเราก็ได้ หรือสำหรับคนไหนที่ต้องการพัฒนาโปรแกรมขายเป็นเรื่องเป็นราวให้ถูกลิขสิทธิ์ จะไปซื้อโปรแกรมพัฒนาจากร้านค้าก็ได้ ราคาประมาณไม่ถึงหมื่น - -'

มาเริ่มกันที่โปรแกรมตัวแรกนะครับ

 

TurboC / TurboC++

Image hosted by servimg.com

หนึ่งในโปรแกรมพัฒนารุ่นเก๋ากึ๊ก ไปถามโปรแกรมเมอร์คนไหนก็คงรู้จักกันดี ทำงานบน MS Dos ครับ ใช้งานง่าย

พิมพ์ๆๆ แล้วก็คอมไพล์และรันโดยกด Ctrl + F9 ปัจจุบันนี้ก็ยังใช้กันอยู่ เพราะมันใช้ง่ายครับท่าน ขนาดก็เล็ก โหลดจากอินเตอร์เน็ตไม่นานก็ได้แล้ว ก๊อบให้เพื่อนลงแฮนดี้ไดร์ฟยังได้เลย

หาโหลดได้ที่ในกูเกิ้ล หรือจะโหลดที่นี่ก็ได้ครับ  10.13 MB

 

Visual C++

Image hosted by servimg.com

โปรแกรม พัฒนาภาษาซีจากบริษัท Microsoft เจ้าของระบบปฏิบัติการ Windows ที่เราๆท่านๆกำลังใช้กันอยู่นี่แหละครับ เรียกย่อๆว่า VC มีหลายเวอร์ชั่น ที่นิยมใช้กันคือ VC 6.0 และปัจจุบันได้พัฒนาให้รองรับแพลทฟอร์ม .NET

 

Borland C++

ตัวนี้เจ้าของเดียวกับ TurboC++ ครับถูกพัฒนามาให้ใช้งานง่ายกว่าเดิม

Image hosted by servimg.com

Image hosted by servimg.com

สามารถหาดาวน์โหลดได้ในอินเตอร์เน็ตครับ มีเยอะจริงๆตัวนี้ แถมยังฟรีอีกต่างหาก

ดาวน์โหลดได้ที่ลิ้งค์นี้เลยครับ http://www.codegear.com/downloads/free/cppbuilder

 

สำหรับที่ต้องการพัฒนาโปรแกรมเพื่อจำหน่ายในอนาคตสามารถหาซื้อชุดพัฒนาของแท้ ที่ใช้งานได้สะดวก อย่าง Visual C++ ได้ตามร้านค้าตามห้างคอมพิวเตอร์นะครับ ในประเทศไทยอาจจะหาของแท้ยากหน่อย อาจจะสั่งซื้อจากทางอินเตอร์เน็ตก็ได้ หรือจะหาซื้อตาม ebay ก็ได้ครับ มีคนเอามาขายอยู่

edit @ 17 Mar 2008 02:05:58 by Kenessar

ความรู้นั้นไม่มีขอบเขต ความจริงแล้วท่านจะเลือกภาษาไหนมาใช้เรียนก่อนก็ได้ทั้งนั้น ไม่มีข้อห้ามหรือข้อจำกัด หากท่านต้องการจะเรียนรู้ แต่ทำไมผมจึงแนะนำให้ท่านเรียนภาษาซีก่อน มันมีเหตุผลบางอย่างน่ะครับ จะอธิบายให้ฟังเป็นข้อๆกันเลยนะครับ

1. เป็นภาษาที่เข้าใจง่ายครับ มีลักษณะเป็นโครงสร้าง ท่านอ่านคำสั่งต่างๆแล้ว ทำความเข้าใจไม่ยากเลยสามารถควบคุมฮาร์ดแวร์ได้อย่างไม่มีสิ่งใดมาขวางกั้น โปรแกรมทำงานได้อย่างรวดเร็ว ใช้งานได้หลากหลาย ยืดหยุ่น สามารถเขียนแยกเป็นโมดูล (เป็นโปรแกรมย่อยๆ) ได้

2. เป็นรากฐานเพื่อไปศึกษาภาษาอื่นได้อีก ไม่ว่าจะเป็น Java Perl PHP C# ล้วนแต่ถูกสร้างมาจากภาษาซี เพราะภาษาซีนั้นเป็นภาษาที่ถูกสร้างขึ้นมานานมากแล้ว และถูกนำมาใช้กันทั่วโลก และหากท่านจะสร้างภาษาโปรแกรมขึ้นมาสักภาษาหนึ่ง หากท่านอยากจะให้มันเข้าใจง่าย และใช้กันแพร่หลาย ท่านจะคิดคำสั่งเอง หรือท่านจะเอาคำสั่งที่โปรแกรมเมอร์ทั่วโลกเขาเข้าใจอยู่แล้วมาใช้ล่ะครับ แน่นอน ก็ต้องอย่างหลังอยู่แล้วใช่มั้ยครับ ทำให้ภาษาโปรแกรมหลายๆตัวที่นิยม ล้วนสร้างขึ้นมาจากภาษาซี หากท่านศึกษาภาษาซีก่อน เมื่อท่านไปศึกษาภาษาอื่น ท่านจะข้ามพื้นฐานไปได้เลย ทำให้การศึกษาภาษาอื่น เป็นไปด้วยความรวดเร็วครับ

3. เป็นภาษาที่ทำงานเร็ว คล่องตัว เพราะการเรียนภาษาซีนั้น ทำกันบนบรรทัดคำสั่ง เพื่อสั่งให้ทำงานบนหน้าจอโดยตรง หรือจะสั่งเครื่องพิมพ์ก็ย่อมได้ ภาษาโปรแกรมใหม่ๆ มักจะมีตัวแปลภาษาและอีดิตเตอร์เป็นแบบ IDE ไม่ทันไรผู้เรียนก็สามารถสร้างหน้าจอ GUI (กราฟิกยูเซอร์อินเตอร์เฟช) ได้แล้ว แต่มันเป็นง่ายไปครับ การข้ามขั้นพื้นฐานไป ทำให้ความรู้ท่านไม่แน่นพอ หากท่านเรียนภาษาซีท่านจะได้เริ่มตั้งแต่รันบนดอสกันไปเลย ทำให้ท่านเข้าใจพื้นฐานของโปรแกรมต่างๆ เมื่อพื้นฐานท่านแน่น อีกหน่อยจะไปพัฒนาระบบใหญ่ๆ หรือเขียนโปรแกรมเชิงวัตถุก็สบายครับ

4. มีพอยเตอร์ให้เราได้ศึกษาในเรื่องของหน่วยความจำ ภาษาซีจะสามารถเข้าจัดการหน่วยความจำได้ ไม่ว่าจะเป็นการจัดสรร เพิ่มลดข้อมูลในหน่วยความจำ ก็ย่อมได้ เพราะอย่างที่ได้กล่าวไว้ว่า ภาษาซีสามารถควบคุมฮาร์ดแวร์ได้ การจะจัดการกับหน่วยความจำก็ไม่ใช่ปัญหาเลย ท่านสามารถจัดสรรทรัพยากรให้เหมาะสมกับการทำงานของท่านได้ เช่น หากโปรแกรมอยู่เฉยๆก็ไม่ต้องให้โปรแกรมกินหน่วยความจำ เมื่อมันเริ่มทำงานเมื่อไหร่ก็ให้เริ่มกินหรือจองหน่วยความจำ ทำให้โปรแกรมของท่านมีความยืดหยุ่น พลิกแพลงได้ เรื่องพอยเตอร์นี่แหละครับ จุดเด่นของภาษาซี

5. มีชุดพัฒนาอยู่มากมาย เพื่อใช้ในงานเฉพาะทาง ไม่ว่าจะเป็นการจัดการกับรูปภาพ ด้วยชุดพัฒนา Images Processing การพัฒนาโปรแกรมบนวินโดวส์ด้วย MFC หรือ Visual C++ และอีกมากมาย หากท่านมีพื้นฐานดีแล้ว ท่านสามารถศึกษาชุดพัฒนาเหล่านี้ได้ไม่ยาก และที่สำคัญสามารถหาชุดพัฒนาที่ถูกสร้างจากภาษาซีได้ทั่วโลก

6. ภาษาซีนั้นมีมาตรฐานเดียวกันทั่วโลก นั่นหมายความว่า ท่านศึกษาครั้งเดียว ท่านเขียนได้ทั้งบน วินโดวส์และยูนิกซ์หรือลีนุกซ์ ซึ่งทำให้ท่านสามารถพัฒนาโปรแกรมในระบบปฏิบัติการหลายๆแบบได้ ไม่ต้องศึกษาภาษาใหม่เลย อาจจะศึกษาลักษณะที่ต่างกัน ก็เพียงเล็กน้อย นอกนั้นก็คล้ายกันเลยทีเดียว

7. หลายๆสถาบันมักจะให้เรียนภาษาซีเป็นภาษาแรก เพื่อเป็นพื้นฐานไปสู่การเขียนโปรแกรมเชิงวัตถุ เช่น C++ , Java  ท่านยังสามารถศึกษาไปในด้านของวิชาโครงสร้างข้อมูลได้ ซึ่งใช้ในการจัดสรรทรัพยากรหน่วยความจำ การจัดเก็บข้อมูล การเรียงลำดับ การค้นหา และเป็นพื้นฐานของอีกหลายๆวิชา

edit @ 16 Mar 2008 23:09:34 by Kenessar

โปรแกรมคืออะไร

posted on 16 Mar 2008 21:56 by kenessar in C

คำว่าโปรแกรมนั้นหมายถึงรายการของการกระทำ เช่น เรามักจะเคยวางแผนทำกิจกรรมในวันหยุด นั่นก็ใช่ครับ อาจจะไปดูหนัง ทานข้าวกับแฟนตอนเช้า ตอนบ่ายแอบไปกับกิ๊กคนไหน อันนี้แหละครับคือการวางโปรแกรม แล้วไอ้โปรแกรมเนี่ย มันเริ่มต้นมาจากไหนเหรอ อันนี้ก็ต้องเท้าความกันตั้งแต่แรกเริ่มเลยทีเดียว

ต่อไปนี้จะขออธิบายส่วนประกอบของคอมพิวเตอร์ว่า กว่ามันจะถูกนำมาใช้ดูหนัง ฟังเพลง พิมพ์งานได้ มันต้องมีอะไรบ้าง

โครงสร้างระบบคอมพิวเตอร์

คอมพิวเตอร์ประกอบขึ้นจาก อุปกรณ์หลากหลายชนิด ไม่ว่าจะเป็น หน่วยประมวลผล ฮาร์ดดิสก์ หน่วยความจำ การ์ดจอ และอะไรต่อมิอะไรอีกมากมาย อุปกรณ์พวกนี้เราเรียกมันว่า ฮาร์ดแวร์ (Hardware) ครับที่มันเชื่อมต่อเข้าด้วยกันก็เพื่อให้มีความสามารถหลากหลายมากขึ้น แต่เจ้าอุปกรณ์พวกนี้นั้นทำงานด้วยตัวมันเองได้เลยหรือ

ไม่เลยครับ มันต้องมีซอฟท์แวร์ที่เราเรียกว่า ระบบปฏิบัติการ (Operating System) เป็นตัวจัดสรรทรัพยากร และใช้งานฮาร์ดแวร์ มันจึงเปรียบเสมือนตัวกลางระหว่างผู้ใช้ กับ ฮาร์ดแวร์ จะพูดไปก็เปรียบเสมือนล่ามน่ะแหละครับ หากเปรียบฮาร์ดแวร์เป็นฝรั่ง ระบบปฏิบัติการก็เหมือนล่ามที่คอยแปลภาษาคอมพิวเตอร์ ให้ท่านเข้าใจ โดยผ่านภาพกราฟิก หรือที่เราเรียกกันว่า ยูเซอร์อินเตอร์เฟช (User Interface) ยกตัวอย่างเช่นระบบปฏิบัติการวินโดวส์ ที่เราๆท่านๆกำลังใช้กันอยู่นี่แหละครับ วิธีการทำงานของมันก็คือตอนที่เราเปิดเครื่อง ระบบปฏิบัติการจะถูกเรียกขึ้นมา และเก็บไว้ในหน่วยความจำ(RAM) และมันจะคอยควบคุมหน่วยความจำอีกทอดหนึ่ง

แล้วทีนี้ เราสามารถที่จะดูหนังฟังเพลง เล่นอินเตอร์เน็ตกันได้หรือยัง ยังครับ ยังทำไม่ได้ เพราะระบบปฏิบัติการ มันเป็นแค่ตัวกลางระหว่างผู้ใช้ กับ ฮาร์ดแวร์ ถ้าเราต้องการการใช้งานเฉพาะทางเหล่านั้น ต้องทำการติดตั้งโปรแกรมประยุกษ์ครับ โดยเราจะเรียกโปรแกรมประยุกษ์ว่า Application

ทำไมต้องเรียกว่าประยุกษ์ครับ? ก็เพราะว่า มันก็คือการนำเอาภาษาที่ใช้เขียนโปรแกรม มาประยุกษ์ใช้งานเฉพาะทางในงานต่างๆ เช่นเรานำเอาภาษาซีไปใช้เขียนโปรแกรมหลากหลายประเภท ตามที่เราต้องการใช้งาน นี่แหละครับคือการประยุกษ์ใช้โปรแกรม มันจึงถูกเรียกว่าโปรแกรมประยุกษ์ยังไงล่ะครับ

edit @ 16 Mar 2008 23:09:07 by Kenessar