Jornal

Not IE6 

ผมเองก็ไม่รู้เมื่อไหร่เจ้าเบราเซอร์ตัวนี้จะสูญพันธ์ไปจากโลกนี้ ไม่ใช่ว่าผมจะเป็นพวกต้านไมโครซอฟท์นะครับ ปกติแล้ว ผมจะใช่ Firefox ถ้าเป็นตระกูล IE ก็ใช้เวอร์ชั่น 7 มาดูเหตุผลว่า ทำไมผมอยากให้ IE6 มันตายไปจากโลกนี้กันนะครับ

 Hate IE6

1. มันไม่สนับสนุนภาพกราฟิกแบบ PNG-24 bit

มันไม่สนับสนุนภาพแบบโปร่งใส่ในรูปแบบ PNG ครับ เลยทำให้ภาพตรงส่วนที่โปร่งใส กลายเป็นสีเทาฟ้า ครั้นนักออกแบบจะไม่สน เว็บของเขาก็จะไม่สวยในสายตานักท่องเว็บที่ใช้ IE6 (ซึ่งมีจำนวนมากอยู่) ครั้นจะไม่ใช้ภาพแบบโปร่งใสเลย ก็ตัดความคิดสร้างสรรไปอีก เฮ้อ ตรงนี้แหละสำคัญ

 

2. มันแสดงผล CSS แบบผิดๆ

 ต้องใช้คำว่าห่วย 555 จริงๆครับ เข้าใจว่ามันเกิดมานานแล้ว แต่มันก็ถูกติดตั้งลงบนวินโดวส์ XP พร้อมใช้ ทำให้คนใช้ IE6 เยอะ เพราะสะดวก ขี้เกียจอัพเกรดเป็น IE7 หรือโหลดตัวอื่นมาใช้ ทั้งๆที่มันแสดงผลผิดๆ แต่ผมว่าเปลี่ยนเถอะครับ เดี๋ยวนี้มันยุคใหม่แล้ว เว็บก็มาตรฐานใหม่ ต้องใช้ CSS เพื่อผู้ท่องเว็บทุกระดับ เพื่อผู้ใช้บนมือถือ เพื่อผู้ใช้ที่มีปัญหาทางด้านสายตา เลยต้องมี CSS กับ XHTML มาช่วยให้แสดงผลได้ทุกระดับ แต่ IE6 กลับแสดงผลได้ไม่ถูกต้อง บางครั้งนักพัฒนาทำเว็บเสร็จแล้วโดยการทดลองในเบราเซอร์ที่แสดงผลได้ถูกต้อง แต่พอมาดูใน IE6 ป้าดดดดดดดดดด หน้าตาเว็บ เละเทะ ต้องรื้อใหม่หมด แม่จ้าววววววววววว

 3. บั๊กสารพัด

อะโห พี่ครับ สารพัดบั๊กเลยครับ ยังกะรังมด อย่างที่บอกไปเลยครับ หลังจากที่เราทำเว็บเสร็จไปแล้วเนี่ย กลับมาตรวจใน IE6 เว็บเน่าครับ ทั้งๆที่ตะกี้ดูใน Firefox กะ IE7 มันยังไม่ล่มเลย ต้องกลับมานั่งแก้โค้ดใหม่หมด เพื่อเอาใจพี่เค้า  จากเว็บที่เสร็จภายใน 1 สัปดาห์ กลับกลายเป็นสองสัปดาห์ เพราะมานั่งไล่โค้ดเพื่อเอาใจ IE6 นี่แหละ

 

ผมจึงอยากจะขอรณรงค์ ว่าใครที่ใช้ IE6 อยู่ ช่วยเปลี่ยนเถอะครับ อะไรก็ได้ IE7 , Firefox , Opeara , Safari ถ้าไม่สนเรื่องการแสดงผลที่ถูกต้อง ก็ถือซะว่าเห็นใจพวกนักพัฒนาหน่อยเถอะครับ  ลูกค้าส่วนใหญ่ก็ใช้ IE6 เสียส่วนมาก ไม่รู้จะพูดไง ว่าเบราเซอร์พี่อะดึกดำบรรณ์มากเลย เหอๆ

สวัสดีครับ

วันนี้ผมจะมาพูดถึงเรื่อง Text book กันหน่อยนะครับ

หลายๆท่านอาจจะยังไม่ทราบว่ามันคืออะไร จะขอขยายความหน่อยนะครับ

เจ้า Text book เนี่ย มันก็คือ ตำราวิชาต่างๆ ที่เป็นภาษาอังกฤษ

จริงๆแล้วเนี่ยมันมาจากคำว่า Technical Term Book แปลว่าหนังสือที่มีศัพท์เทคนิค (อันนี้จำเขามาพูด)

ถ้าเราเอาคำว่า Text book ไปพูดกับชาวต่างชาติ นี่เขาจะงงอย่างแรง เพราะศัพท์ของเขา เขาเข้าใจอยู่แล้ว

แต่พอบอกคำว่า "Text book" กับคนไทย อันนี้เขาจะเข้าใจว่าตำราภาษาอังกฤษ ซึ่งส่วนมากจะนึกถึงตำราคอมพิวเตอร์เล่มแพงๆเหยียบพันบาท (อันนี้หลายๆคนคงนึกออกแล้ว)

พวกตำรับตำราในต่างประเทศนี้มีหลากหลายมากครับ เพราะเขาเป็นโลกที่มีความเสรีในเรื่องการเรียนรู้ ขนาดว่าหนังสือคอมแค่เรื่องเดียว ยังมีแต่ออกไปหลายแบบ ยกตัวอย่างเช่น

หนังสือเขียนโปรแกรม พวก Visual studio หรือ .net ของเขานี่ไม่ใช่แค่คู่มือการใช้เท่านั้น ยังมีขายแยกเรื่องอีก เช่น การทำงานกับข้อมูล การทำงาน image processing เป็นต้น เอาเป็นว่าถ้าคุณจะอ่านเรื่องไหน เจาะลึกยังไง ก็สามารถหาได้ ไม่ยากนัก เพราะมีนักเขียนมากมายเขียนป้อนตลาดอยู่แล้ว

 .....

 

ทีนี้ เรามาดู ตลาดหนังสือประเทศไทยกันมั่งนะครับ

 

เมื่อไม่นานมานี้ ผมได้มีโอกาศจะเขียนหนังสือซักเล่มนะครับ ผมไปเจอโปรแกรมที่น่าสนใจมา เป็นโปรแกรมกราฟิกง่ายๆ ที่เหมาะกับคนทั่วไปในยุคนี้ (ผมใช้คำว่าน่า เพราะมันมาจากความคิดผมไง) น่าจะเหมาะกับคนที่ชอบแต่งรูป ในไฮ5 ในบล็อก หรือในเว็บ (เดี๋ยวนี้คนทำเว็บกันเยอะจนเป็นเรื่องปกติ น่าดีใจครับ)

ทีนี้ผมก็ลองเสนอไป ว่าจะผ่านมั้ย

 ตอนเที่ยงคืน บรรณาธิการก็ตอบเมลกลับมา

"โปรแกรมมันดีนะครับ แต่ว่ายังมีคนสนใจน้อย เกรงว่าจะพิมพ์แล้วจะได้ไม่คุ้มเสียนะครับ"

 

เนื้อความเมล ทำเอาผมผิดหวังเล็กน้อย

แค่เล็กน้อยเท่านั้นครับ ผมเองก็เห็นใจสำนักพิมพ์เช่นกันครับ ถ้าพิมพ์ออกมาแล้วไม่มีคนหยิบติดมือมา ก็คงเขียนไปไม่มีใครอ่านใช่มั้ยครับ

 ทุกวันนี้หนังสือเฉพาะทางบางอย่างก็น้อย

อย่างหนังสือการเขียน เกมส์ PC หรือ XBOX ด้วย XNA และ C# อันนี้ผมคิดจะเขียนนะ เพราะเห็นว่าในประเทศไทยยังไม่มีขายเลย หรือมี ก็ยังไม่ละเอียดพอ

แต่ตอนนี้ผมกลับมาคิดได้อย่างนึง

 

"มันไม่มีคนเขียน หรือ มันไม่มีคนอ่านกันแน่วะ" 5555

 

มาเล่าสู่กันฟังเฉยๆ วันนี้เรื่องเครียดไปหน่อยเนอะ เอาน่าขำๆคับ เดี๋ยวถ้าเขียนเรื่องไหนผ่าน เดี๋ยวจะเอามาแปะโฆษณาใน บล็อก เผื่อท่านผู้อ่านจะเลือกไปอุดหนุน โฮ่ๆๆๆ

6 Forward Mail นรก

posted on 10 Nov 2008 18:23 by kenessar in Jornal

             สำหรับเรื่อง Forward Mail คาดว่าทุกคนน่าจะเจอทุกวัน โดยเฉพาะสำหรับคนที่มีเพื่อนใน Contact List เยอะ ก็มาจากคุณเพื่อนที่น่ารักของเรานี่แหละครับ ประมาณว่าของดีต้องส่งต่อ แต่สำหรับเนื้อหาบางเมลเนี่ย พอคุณเพื่อนส่งมาก็แทบจะยันโครมให้กระเด็นไปพร้อมเมลนั้น เพราะมันเป็นเมลลูกโซ่ หลอกกันเป็นทอดๆ            ฟอร์เวิร์ดเมลแบบไหนที่ชวนให้ปวดเฮดมั่ง ไปดูกัน 

              1.      Hotmail เก็บตังค์... 

                       Hotmail เก็บตังค์... 

                        ถ้าไม่ส่งต่อ 18 คนในรายชื่อผู้ติดต่อ ในวันที่ XX เดือน YY ปีนี้ จะต้องเสียค่าบริการ” 

                       เก็บหาเตี่ยแกเหรอ กรูใช้ Hotmail เป็น7-8ปี ได้เมลทำนองนี้มาเป็นร้อย มันไม่เก็บซะที รอให้มันเก็บละเนี่ย แถมยังไม่พอนะครับ ไอ้คนเขียนเมลนี้ขึ้นมา กลัวจะไม่มีใครเชื่อ เอาลิ้งค์อ้างอิงมาจากเว็บ BBC ด้วยครับ เข้าได้บ้างไม่ได้บ้าง ถ้าเข้าได้ก็เป็นภาษาอังกฤษ คนอ่านไม่ออกก็จะ อ่อๆ จริงๆด้วยวุ้ย

                         เอาเข้าไป...

                         ถามจริงๆเถอะลองมาคิดดูนะครับ คิดว่า Microsoft จะเก