Tip

ครั้นจะทำงานจอเดียวก็ลำบาก เปิดสลับไป สลับมา บ้างเปิดถูก บ้างเปิดผิด เปิดเว็บโป๊ขึ้นมามั่ง เจ้านายเดินผ่านมา อาจจะซวยได้ เย้ยยยย
 
มีสองจอดียังไง
 
1. จอนึงดูเพื่ออ้างอิง จอนึังดูเพื่อพิมพ์งาน
2. จอหนึ่งทำงาน อีกจอดูหนัง
3. จอหนึ่งเล่นเกม จอหนึ่งทำงาน... อันนี้ดูค้างๆคาๆ ทำไมไม่ไปทำงานให้เสร็จก่อนเนาะ
4. จอหนึ่งเล่นหุ้น จอหนึ่งดูข่าวเศรษฐกิจ ... อันนี้ฟังดูดี
 
จะพูดวนไปวนมาทำไมเนี่ย พูดง่ายๆ เพื่อให้มีพื้นที่ใช้งานเพิ่มขึ้นนั่นแหละครับ
คืองี้ ตอนแรกมีจอเดียว ผมจะทำงานไปด้วย จะดูหนังไปด้วยไง (อู้งานชัดๆ) ผมใช้วิธีง่ายๆ คลิกที่ Media Player ก่อน แล้วลากไปติดด้านซ้ายของจอ แล้วคลิกโปรแกรมทำงานของผม แล้วลากติดจอขวาผลที่ได้ก็คือ โอเคครับ มันแบ่งสองหน้า .... ผลที่ได้ ทุลักทุเลน่าดู มันรู้สึกเหมือนกับ โดนบีบยังไงไม่รู้ ฮ่าๆ
 
 
แต่พอเวลามีสองจอ มันจะสะดวกกว่า ผมดูหนัีงในจอใหญ่ได้ หรือ เวลาทำงานกับฐานข้อมูล ผมต้องดูโครงสร้างของฐานข้อมูลที่เพื่อนทำไว้ในโปรแกรม Microsoft SQL Server และต้องสลับกลับมาเขียนโค้ดที่ Visual Studio แบบนี้ปวดหัวครับ สลับไปสลับมา สลับผิดสลับถูก(วุ้ย) แต่พอมีสองจอ ชีวิตของผมง่ายขึ้น ข้างหนึ่งผมดูข้อมูลใน Database อีกจอหนึ่ง จอใหญ่ เอาไว้พิมพ์โค้ด สะดวกดี งงมั้ยครับ ว่ามันทำได้ยังไง หลักการก็ง่ายๆครับ ต่อจอ แล้วปรับจอให้มันเชื่อมกันสองจอ เวลาผมจะใช้จอขวา ผมก็แค่ลากโปรแกรม หรือวินโดว์จากจอหลัก ไปไว้อีกจอหนึ่ง แค่นี้เอง
 
 
มาลองทำเลยดีกว่า !!
1. ขั้นแรกนะครับ ต่อสายจอเข้ากับกับโน๊ตบุ๊คก่อนครับ
 
 
แล้วคลิกขวาที่หน้าจอ Desktop ครับ แล้วเลือก Screen Resolution
 
 
จะปรากฎไดอะล็อกสำหรับตั้งค่าหน้าจอดังรูปด้านล่างนี้ ให้คลิกปุ่ม Detect ครับ เพื่อตรวจจับจอ
 
 
ตั้งค่าตรง Multiple Displays ให้เป็น Extend these displays แล้วก็กด Ok เลยครับ มันจะทดลองแสดงให้เราดูก่อน ถ้าทำถูก มันจะปรากฎวอลเปเปอร์ ของ Desktop เราบนอีกจอหนึ่ง และเมื่อเอามาเลื่อนผ่านด้านขวาของจอโน๊ตบุ๊คแล้่ว Cursor เมาส์ มันจะไปโผล่จอด้านขวาครับ และเราก็ลาก browser หรือหน้าจอการทำงานที่ต้องการ ไปไว้อีกจอหนึ่งได้เลยครับ วิธีที่จะลากไปด้านขวาแล้วทำให้มันเต็มจอคือ ลากไปที่จอขวา แล้วลากไปชนขอบบนสุดของจอขวา มันก็จะแสดงเต็มจอทันทีครับ สะดวกดี
เอาตารางจังหวัด อำเภอ ตำบล และภาคต่างๆ มาฝากครับ
ตัวนี้เป็นของ Microsoft Sql (MSSQL) นะครับผม
หวังว่าคงมีประโยชน์ไม่มากก็น้อยครับ Cool
คลิกดาวน์โหลดได้ที่ลิ้งค์ด้านล่างเลยครับ
 

Windows Live Web Messenger

posted on 24 Oct 2009 17:34 by kenessar in Tip

Windows Live Messenger

 มาแล้ว Windows Live Web Messenge

ด้วยคอนเซ็ปที่ว่า สามารถออนไลน์ได้ทุกที่ แม้ว่ามีเน็ตความเร็วแค่ี 56 k พอได้เห็นข้อความโฆษณา ผมก็ได้เข้าไปลองใช้ดุแล้วครับ ก็เร็วจริงๆด้วย เป็นเว็บแอปพลิชั่นที่โหลดเร็วดี แม้ว่าจะติดๆขัดไปบ้าง เนื่องจากยังเป็นเวอร์ชั่น เบต้า อยู่ แต่คงต้องใช้เวลาอีกพอสมควร ที่จะตามทันเว็บเมสเซ็นเจอร์เจ้าอื่นๆ แต่ถ้าแค่พอจะออนเอ็มฆ่าเวลาล่ะก็ ลองดูได้ครับ แต่ถ้าหวังฟีเจอร์ต่างๆ ก็คงต้องรอไปก่อน ลองเข้าไปดูได้ครับที่

 http://webim.live.sg/ 

edit @ 24 Oct 2009 18:03:28 by Kenessar

ปกติคุณสามารถตรวจสอบว่า มีโฟลเดอร์ใดบ้างที่แชร์ไว้ในเครื่องของคุณ โดยเปิดไดอะล็อกบ๊อกซ์ Run (คลิกปุ่ม Start -> Run) พิมพ์ “\\ชื่อเครื่องคอมพิวเตอร์ของคุณ” (ไม่ต้องใส่เครื่องหมายคำพูด) ยกตัวอย่างเช่น เครื่องคอมพิวเตอร์ของคุณชื่อ \\superman ก็ให้พิมพ์ superman เข้าไปในไดอะล็อกบ๊อกซ์ Run แล้วกดปุ่ม Enter กรณีที่คุณไม่ทราบชื่อเครื่องให้กดปุ่ม Windows + Pause/Break หรือใช้วิธีคลิกขวาบนไอคอน My Computer เลือกคำสั่ง Properties ไดอะล็อกบ๊อกซ์ System Properties จะปรากฏขึ้นมา คลิกแท็บ Computer Name คุณจะเห็นชื่อเครื่องได้ที่บรรทัด Full computer name: ครับ


อย่างไรก็ตามด้วยวิธีข้างต้น คุณจะทราบแต่เพียงว่า คอมพิวเตอร์ของคุณแชร์อะไรไว้บ้าง แต่ไม่ทราบตำแหน่งที่อยู่ของโฟลเดอร์ที่แชร์ ในที่นี้แนะนำให้ลองใช้ยูทิลิตี้ที่มาพร้อมกับ Windows XP ตัวหนึ่ง ซึ่งสามารถเรียกใช้งานผ่านทางไดอะล็อกบ๊อกซ์ Run เช่นเดียวกัน โดยให้พิมพ์ “fsmgmt.msc” (ไม่ต้องพิมพ์เครื่องหมายคำพูด) แล้วกดปุ่ม Enter หน้าต่าง Shared Folders จะปรากฏขึ้นมา คลิก Shares ในกรอบทางซ้ายมือ เพื่อดูโฟลเดอร์ทั้งหมดที่แชร์ พร้อมทั้งพาธ หรือตำแหน่งของโฟลเดอร์เหล่านั้น และที่เจ๋งไปกว่านั้นก็คือ คุณยังสามารถดูได้ด้วยว่า คอมพิวเตอร์เครื่องอื่นที่เชื่อมต่ออยู่กับเครื่องของคุณ (คลิก Sessions ในกรอบซ้ายมือ) และไฟล์ใดบ้างที่พวกเขากำลังเปิดดูอยู่ (คลิก Open Files ในกรอบซ้ายมือ) เก่งไม่ใช่เล่นเลยใช่ไหมครับ

tip จาก www.arip.co.th

99 ไอเดียในการใช้ Flash Drive

posted on 14 Oct 2008 18:20 by kenessar in Tip

คุณสามารถนำ Flash Drive มาใช้ให้เป็นประโยชน์ได้ในหลากหลายสถานการณ์ ซึ่งจะช่วยให้คุณจัดการกับไฟล์และข้อมูลต่างๆ ได้อย่างสะดวกสบาย และรวดเร็วยิ่งขึ้น


สำหรับผู้ใช้คอมพิวเตอร์ทั่วไป


1. ใช้เก็บไฟล์งานเพื่อนำไปทำที่คอมพิวเตอร์เครื่องอื่น
2. ใช้เก็บไฟล์งานที่ทำขึ้น ตอนไปใช้คอมพิวเตอร์ที่ Internet Cafe
3. ใช้เก็บไฟล์งานเวลาที่คุณต้องสลับใช้คอมพิวเตอร์และโน็ตบุ๊ค
4. ใช้เก็บรูปภาพดิจิตอล เอาไว้โชว์เพื่อนๆ
5. ใช้เก็บรูปภาพดิจิตอล เวลาจะเอาไปอัดล้างภาพที่ร้าน
6. ใช้เคลื่อนย้ายข้อมูลไปที่คอมพิวเตอร์เครื่องอื่น
7. ใช้เคลื่อนย้ายข้อมูลไปที่ Apple iMac, iBook
8. ใช้เคลื่อนย้ายข้อมูลข้ามระบบ Windows, Linux, Mac
9. ใช้เก็บโน๊ตสำหรับสิ่งที่จะต้องทำ
10. ใช้เก็บข้อความ Email ที่สำคัญ หรือเก็บทั้ง Email Box ของคุณ
11. ใช้เก็บ Bookmark ของเว็บไซต์ต่างๆ
12. ใช้เก็บและอัพเดทตารางเวลาของคุณ
13. ใช้เก็บข้อมูลติดต่อ เบอร์โทรศัพท์ ที่ใช้บ่อยๆ
14. ใช้เก็บข้อมูล Address book ของคุณทั้งหมด
15. ใช้เก็บไฟล์ที่คุณดาวน์โหลดจากอินเตอร์เน็ต เวลาไปใช้คอมพิวเตอร์คนอื่น
16. ใช้เก็บไฟล์ที่คุณดาวน์โหลดจากอินเตอร์เน็ต เวลาไปใช้คอมพิวเตอร์ที่ Internet Cafe
17. ใช้เก็บข้อความแช็ท Chat Message เวลาไปใช้คอมพิวเตอร์ที่ Internet Cafe
18. ใช้เก็บโน๊ตข้อความ หรือข้อมูลอื่นๆ เวลาไปใช้คอมพิวเตอร์ที่ Internet Cafe
19. ใช้แบ็คอัพไฟล์งานชั่วคราว
20. ใช้ระบบปกป้องข้อมูลด้วย Password และ Data Encryption
21. ใช้แบ็คอัพข้อมูลสำคัญๆ แบบถาวร
22. ใช้ซอฟท์แวร์ Email บน Flash Drive เพื่อให้สามารถเช็ค Email ได้
23. ใช้ซอฟท์แวร์ Email บน Flash Drive เพื่อเก็บ Email ทั้งหมดของคุณ
24. ใช้ซอฟท์แวร์ Email บน Flash Drive เพื่อเก็บข้อมูลติดต่อ Addressbook


สำหรับคนชอบฟังเพลง

25. ใช้เก็บไฟล์เพลง MP3 เอาไว้ฟังตอนอ่านหนังสือ, พักผ่อน, เดินเล่น
26. ใช้เก็บไฟล์เพลง MP3 เอาไว้ฟังตอนเดินทางไปเที่ยว
27. ใช้เก็บไฟล์เพลง MP3 เอาไว้ฟังตอนจ๊อกกิ้งหรือออกกำลัง
28. ใช้ต่อเล่นเพลงผ่านลำโพงแบบพกพา
29. ใช้ต่อเล่นเพลงผ่านลำโพงของเครื่องเสียงสเตริโอชุดใหญ่
่30. ใช้เก็บไฟล์เพลง MP3 สำหรับนำไปใส่คอมพิวเตอร์อีกเครื่อง
31. ใช้ฟังวิทยุ เวลาว่างๆ
32. ใช้เป็นที่เก็บรวมเพลง MP3 ที่คุณชอบมากที่สุด เอาไว้ฟังได้อย่างสะดวก ทุกที่ทุกเวลา


สำหรับนักเรียน นักศึกษา

33. ใช้เก็บไฟล์งานโปรเจคหรือรายงานต่างๆ เพื่อเอาไปทำต่อที่ศูนย์คอมพิวเตอร์ของมหาวิทยาลัย
34. ใช้เก็บไฟล์งานโปรเจคหรือรายงานต่างๆ เพื่อเอาไปทำต่อที่ร้าน Internet Cafe
35. ใช้เก็บไฟล์งานโปรเจคหรือรายงานต่างๆ เพื่อเอาไปทำต่อที่บ้านเพื่อน
36. ใช้เก็บไฟล์งานโปรเจคหรือรายงานต่างๆ เพื่อเอาไปพิมพ์ที่ร้าน
37. ให้สมาชิกในกลุ่มแต่ละคนเซฟงานใน Flash Drive ของตัวเอง เพื่อจะได้สะดวกเวลานำมาประกอบรวมกัน หรือแก้ไขจุดต่างๆ
38. ใช้เก็บไฟล์งานที่จะนำมาพรีเซ็นในห้องเรียน
39. ใช้เก็บไฟล์งานที่จะนำส่งอาจารย์ หรือเพื่อแค่โหลดรายงานที่จะส่งเข้าโน๊ตบุ๊คของอาจารย์
40. ใช้เก็บโน๊ตจากการเรียน
41. ใช้เก็บข้อมูลวิจัยค้นคว้า หรือข้อมูลที่สำคัญอื่นๆ
42. ใช้เก็บข้อมูลที่เป็นประโยชน์และน่าสนใจ เวลาเจอบนอินเตอร์เน็ต
43. ใช้เก็บ e-book ที่ดาวน์โหลดมาจากอินเตอร์เน็ต
44. ใช้เก็บโน๊ตสรุป เพื่อสามารถนำมาดูได้ง่ายและรวดเร็ว
45. ใช้เก็บข้อมูลและไฟล์ทั้งหมดของวิชาที่เรียน เพื่อความสะดวกในการทบทวนก่อนสอบ


สำหรับธุรกิจและองค์กร

46. ให้ Flash Drive กับลูกค้าเป็นของขวัญเนื่องในโอกาสต่างๆ
47. ให้ Flash Drive กับลูกค้าเป็นเสมือน Product Premium
48. ใช้ Flash Drive เป็นของรางวัลที่แหวกแนวแตกต่าง ในการทำโปรโมชั่น
49. ใช้ Flash Drive เป็นเครื่องมือในการทำพรีเซ็นเตชั่นและการขาย ที่โดดเด่นแตกต่าง
50. ใช้ Flash Drive เป็นเครื่องมือในการสร้างแบรนด์ Branding Tool สร้างความโดดเด่นแตกต่าง
51. ให้พนักงานใช้เพื่อเพิ่มประสิทธิผล (Increase Productivity)
52. ให้พนักงานใช้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ (Increase Efficiency)
53. ให้พนักงานใช้เพื่อเพิ่มความสะดวกในการทำงานได้ทุกที่
54. สั่งทำ Flash Drive ให้มีโลโก้ของบริษัทคุณเอง แล้วนำไปใช้เป็นของขวัญให้ลูกค้า เนื่องในโอกาสต่างๆ
55. สั่งทำ Flash Drive ให้มีโลโก้ของบริษัทคุณเอง แล้วให้พนักงานใช้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน
56. สั่งทำ Flash Drive ให้มีโลโก้ของบริษัทคุณเอง แล้วนำไปใช้เป็นเครื่องมือการขายและสร้าแบรนด์ ที่สร้างสรรค์และแตกต่าง
57. ใช้เป็น Network ID Key สำหรับเข้าระบบเน็ตเวิร์คภายในบริษัท เพื่อเพิ่มความปลอดภัย
58. ใช้เป็น Digital Key เพื่อล๊อคคอมพิวเตอร์เวลาคุณไม่อยู่


สำหรับพนักงานออฟฟิศและนักธุรกิจ

59. ใช้เก็บไฟล์งานเพื่อนำไปทำที่คอมพิวเตอร์เครื่องอื่น
60. ใช้เก็บไฟล์งานเวลาที่คุณต้องสลับใช้คอมพิวเตอร์และโน็ตบุ๊ค
61. ใช้เก็บไฟล์งานโปรเจคล่าสุดของคุณ
62. ใช้เก็บไฟล์ข้อมูลที่คุณต้องดู และอัพเดทอยู่เสมอ
63. ใช้เก็บ To-Do notes
64. ใช้เก็บข้อความ Email ส่วนตัวของคุณ หรือเก็บทั้ง Email Box ส่วนตัวของคุณ
65. ใช้เก็บ Bookmark ของเว็บไซต์ต่างๆ ที่คุณต้องใช้ในการทำงาน
66. ใช้เก็บและอัพเดทตารางเวลา Schedule & Appointment
67. ใช้เก็บข้อมูลติดต่อ เบอร์โทรศัพท์ ที่ใช้บ่อยๆ
68. ใช้เก็บข้อมูล Address book ของคุณทั้งหมด
69. ใช้เก็บรายละเอียดของงานที่สำคัญ และ Time Plan ในการทำงาน
70. ใช้เก็บไฟล์ที่คุณดาวน์โหลดจากอินเตอร์เน็ต เวลาไปใช้คอมพิวเตอร์เครื่องอื่น
71. ใช้เก็บโน๊ตข้อความ หรือข้อมูลอื่นๆ เวลาไปใช้คอมพิวเตอร์เครื่องอื่น
72. ใช้แบ็คอัพไฟล์งานชั่วคราว
73. ใช้ระบบปกป้องข้อมูลด้วย Password และ Data Encryption
74. ใช้แบ็คอัพข้อมูลสำคัญๆ แล้วป้องกันการลบหรือแก้ไขด้วย Write-Protect Switch
75. ใช้เก็บไฟล์ประวัติการทำงานของคุณ (Resume) เพื่อสะดวกในการอัพเดทและใช้งาน
76. ใช้เก็บไฟล์พรีเซ็นเตชั่นสไลด์ (Presentation Slide) เพื่อสะดวกในการอัพเดทและใช้งาน
77. ใช้เก็บ Company Profile ของบริษัทคุณ เพื่อสะดวกในการแนะนำให้คนอื่นรู้จัก


สำหรับคนทำงาน IT หรือผู้ดูแลระบบ Network

78. ใช้โปรแกรมหรือ Tool สำหรับดูแลระบบ Network ได้โดยตรงจาก Flash Drive ที่คอมพิวเตอร์เครื่องต่างๆ
79. ใช้โปรแกรมพวก Utility สำหรับเช็คเครื่อง ได้โดยตรงจาก Flash Drive ที่คอมพิวเตอร์เครื่องต่างๆ
80. ใช้โปรแกรมด้าน Security สำหรับเช็คเครื่อง ได้โดยตรงจาก Flash Drive ที่คอมพิวเตอร์เครื่องต่างๆ
81. ใช้เป็น Digital Key ล๊อคคอมพิวเตอร์เวลาที่คุณไม่อยู่
82. ใช้ซอฟท์แวร์เกี่ยวกับ Fixing & Maintenance Tools ได้โดยตรงจาก Flash Drive ที่คอมพิวเตอร์เครื่องต่างๆ
83. ใช้อัพเดท Patches ได้โดยตรงจาก Flash Drive ที่คอมพิวเตอร์เครื่องต่างๆ
84. ใช้บูทเครื่องขึ้นเป็นระบบ Linux ได้โดยตรงจาก Flash Drive ที่คอมพิวเตอร์เครื่องต่างๆ


สำหรับกราฟฟิคดีไซน์เนอร์

85. ใช้เก็บงานดีไซน์ของคุณเพื่อความสะดวกในการอัพเดทและแก้ไข
86. ใช้เก็บงานดีไซน์ของคุณเพื่อนำไปพิมพ์ที่ร้าน
87. ใช้เก็บ Clip Arts ที่คุณใช้บ่อยๆ
88. ใช้เก็บ Font ที่คุณใช้บ่อยๆ
89. ใช้เก็บ เอกสารอ้างอิง, Help เกี่ยวกับโปรแกรมกราฟฟิคต่างๆ
90. ใช้เก็บ Shortcut, Macro, Actions ที่คุณใช้บ่อยๆ


สำหรับการใช้งานที่สร้างสรรค์แหวกแนว ด้วยเทคโนโลยีใหม่
(Innovative Usage With New Technology)


91. ใช้โอนย้ายข้อมูลแบบไร้สายระหว่าง Flash Drive 2 อัน
92. ใช้ระบบความปลอดภัยด้วยการสแกนลายนิ้วมือ (Biometric Fingerprint Security)
93. นำ MMC, Compact Flash Card, SD Card มาเชื่อมต่อกับ Flash Drive เพื่อความสะดวกในการใช้กับคอมพิวเตอร์
94. ใช้งานกับโทรศัพท์มือถือ Smartphone
95. ใช้งานกับ PDA
96. ใช้ต่อเข้ากับเครื่องฉาย Projector โดยตรงเพื่อโชว์พรีเซ็นเตชั่นไสด์ได้ทันที
97. ใช้ต่อเข้ากับเครื่อง Printer โดยตรงเพื่อพิมพ์งานเอกสาร
98. ทำหน้าที่เป็นอุปกรณ์เชื่อมต่อไร้สาย Bluetooth
99. ทำหน้าที่เป็นอุปกรณ์เชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตไร้สาย Wi-Fi / Wi-Max