CREDIT : TTTOnline.net

สวัสดีครับ

วันนี้ผมจะมาพูดถึงเรื่อง Text book กันหน่อยนะครับ

หลายๆท่านอาจจะยังไม่ทราบว่ามันคืออะไร จะขอขยายความหน่อยนะครับ

เจ้า Text book เนี่ย มันก็คือ ตำราวิชาต่างๆ ที่เป็นภาษาอังกฤษ

จริงๆแล้วเนี่ยมันมาจากคำว่า Technical Term Book แปลว่าหนังสือที่มีศัพท์เทคนิค (อันนี้จำเขามาพูด)

ถ้าเราเอาคำว่า Text book ไปพูดกับชาวต่างชาติ นี่เขาจะงงอย่างแรง เพราะศัพท์ของเขา เขาเข้าใจอยู่แล้ว

แต่พอบอกคำว่า "Text book" กับคนไทย อันนี้เขาจะเข้าใจว่าตำราภาษาอังกฤษ ซึ่งส่วนมากจะนึกถึงตำราคอมพิวเตอร์เล่มแพงๆเหยียบพันบาท (อันนี้หลายๆคนคงนึกออกแล้ว)

พวกตำรับตำราในต่างประเทศนี้มีหลากหลายมากครับ เพราะเขาเป็นโลกที่มีความเสรีในเรื่องการเรียนรู้ ขนาดว่าหนังสือคอมแค่เรื่องเดียว ยังมีแต่ออกไปหลายแบบ ยกตัวอย่างเช่น

หนังสือเขียนโปรแกรม พวก Visual studio หรือ .net ของเขานี่ไม่ใช่แค่คู่มือการใช้เท่านั้น ยังมีขายแยกเรื่องอีก เช่น การทำงานกับข้อมูล การทำงาน image processing เป็นต้น เอาเป็นว่าถ้าคุณจะอ่านเรื่องไหน เจาะลึกยังไง ก็สามารถหาได้ ไม่ยากนัก เพราะมีนักเขียนมากมายเขียนป้อนตลาดอยู่แล้ว

 .....

 

ทีนี้ เรามาดู ตลาดหนังสือประเทศไทยกันมั่งนะครับ

 

เมื่อไม่นานมานี้ ผมได้มีโอกาศจะเขียนหนังสือซักเล่มนะครับ ผมไปเจอโปรแกรมที่น่าสนใจมา เป็นโปรแกรมกราฟิกง่ายๆ ที่เหมาะกับคนทั่วไปในยุคนี้ (ผมใช้คำว่าน่า เพราะมันมาจากความคิดผมไง) น่าจะเหมาะกับคนที่ชอบแต่งรูป ในไฮ5 ในบล็อก หรือในเว็บ (เดี๋ยวนี้คนทำเว็บกันเยอะจนเป็นเรื่องปกติ น่าดีใจครับ)

ทีนี้ผมก็ลองเสนอไป ว่าจะผ่านมั้ย

 ตอนเที่ยงคืน บรรณาธิการก็ตอบเมลกลับมา

"โปรแกรมมันดีนะครับ แต่ว่ายังมีคนสนใจน้อย เกรงว่าจะพิมพ์แล้วจะได้ไม่คุ้มเสียนะครับ"

 

เนื้อความเมล ทำเอาผมผิดหวังเล็กน้อย

แค่เล็กน้อยเท่านั้นครับ ผมเองก็เห็นใจสำนักพิมพ์เช่นกันครับ ถ้าพิมพ์ออกมาแล้วไม่มีคนหยิบติดมือมา ก็คงเขียนไปไม่มีใครอ่านใช่มั้ยครับ

 ทุกวันนี้หนังสือเฉพาะทางบางอย่างก็น้อย

อย่างหนังสือการเขียน เกมส์ PC หรือ XBOX ด้วย XNA และ C# อันนี้ผมคิดจะเขียนนะ เพราะเห็นว่าในประเทศไทยยังไม่มีขายเลย หรือมี ก็ยังไม่ละเอียดพอ

แต่ตอนนี้ผมกลับมาคิดได้อย่างนึง

 

"มันไม่มีคนเขียน หรือ มันไม่มีคนอ่านกันแน่วะ" 5555

 

มาเล่าสู่กันฟังเฉยๆ วันนี้เรื่องเครียดไปหน่อยเนอะ เอาน่าขำๆคับ เดี๋ยวถ้าเขียนเรื่องไหนผ่าน เดี๋ยวจะเอามาแปะโฆษณาใน บล็อก เผื่อท่านผู้อ่านจะเลือกไปอุดหนุน โฮ่ๆๆๆ

5.รูปนี้ซึ้งมากๆอ่ะ (ก็มากจริงๆนะ น้ำตาแทบไหล)

 

4. "ลาตาย" (โอ้ ไม่นะ อย่าคิดสั้น)

 

3. แอบถ่าย นักศึกษาโดนลงแขก (ไม่ไหวจะเคลียร์)

 

2. คุณเคยเห็นรถที่วิ่งเร็วที่สุดในโลกมั้ย?? (เร็วมากจริงๆนะ)

 

และแล้วก็มาถึงอันดับที่หนึ่งงงงงงงงงง ทายถูกมั้ยว่ากระทู้ไหน ???

******

*****

****

***

**

*

 

1. รูปนี้เก็บไว้ดู "ยามที่รู้สึกเหงา !!!"

 

ดูคนมันช่างคิด...

ขอบอกว่าสุดยอดอ่ะครับ ครีเอทีพมากๆ 

ขอบคุณที่มาจาก
www.fwdder.com

6 Forward Mail นรก

posted on 10 Nov 2008 18:23 by kenessar in Jornal

             สำหรับเรื่อง Forward Mail คาดว่าทุกคนน่าจะเจอทุกวัน โดยเฉพาะสำหรับคนที่มีเพื่อนใน Contact List เยอะ ก็มาจากคุณเพื่อนที่น่ารักของเรานี่แหละครับ ประมาณว่าของดีต้องส่งต่อ แต่สำหรับเนื้อหาบางเมลเนี่ย พอคุณเพื่อนส่งมาก็แทบจะยันโครมให้กระเด็นไปพร้อมเมลนั้น เพราะมันเป็นเมลลูกโซ่ หลอกกันเป็นทอดๆ            ฟอร์เวิร์ดเมลแบบไหนที่ชวนให้ปวดเฮดมั่ง ไปดูกัน 

              1.      Hotmail เก็บตังค์... 

                       Hotmail เก็บตังค์... 

                        ถ้าไม่ส่งต่อ 18 คนในรายชื่อผู้ติดต่อ ในวันที่ XX เดือน YY ปีนี้ จะต้องเสียค่าบริการ” 

                       เก็บหาเตี่ยแกเหรอ กรูใช้ Hotmail เป็น7-8ปี ได้เมลทำนองนี้มาเป็นร้อย มันไม่เก็บซะที รอให้มันเก็บละเนี่ย แถมยังไม่พอนะครับ ไอ้คนเขียนเมลนี้ขึ้นมา กลัวจะไม่มีใครเชื่อ เอาลิ้งค์อ้างอิงมาจากเว็บ BBC ด้วยครับ เข้าได้บ้างไม่ได้บ้าง ถ้าเข้าได้ก็เป็นภาษาอังกฤษ คนอ่านไม่ออกก็จะ อ่อๆ จริงๆด้วยวุ้ย

                         เอาเข้าไป...

                         ถามจริงๆเถอะลองมาคิดดูนะครับ คิดว่า Microsoft จะเก็บเงินค่าใช้ Hotmail เหรอ ในเมื่อคู่แข่ง Microsoft  (Microsoft เป็นเจ้าของ Hotmail) มีตั้งเยอะ แถมเมลคู่แข่งฟรีอีกตะหาก หากนึกคู่แข่งของ Hotmail ไม่ออก โปรดนึกถึง GMail และ Yahoo Mail 

                         2.      เมลรูปผี

                        อันนี้ต้องใช้วิจารณญาณในการรับชม เด็กต่ำกว่า 18 เอ้ย! ไม่ใช่(สงสัยจะดูบ่อย) เมลประเภทนี้จะส่งรูปมาเป็นรูปที่บอกว่าถ่ายผีติด อันนี้ก็ดูไปเลยครับ แต่ไม่เหมาะสำหรับคนขวัญอ่อน ซึ่งอันนี้ผมก็ไม่เคยเห็นผีเลยแยกแยะไม่ออกอันไหนแท้ อันไหนเทียม แต่นั่นก็ต้องใช้วิจารณญาณครับ

                        แต่สำหรับบางอันมันแถมคำสาปมาทางท้ายเมลด้วยครับ

                        มีเพื่อนเราเคยไม่ส่งต่อแล้วหลังจากนั้น7วันก็เกิดอุบัติเหตุ เราเลยต้องส่งต่อ โปรดส่งต่อเพื่อความปลอดภัยของคุณเอง” 

                                               อ่าว.... มีแช่งกรูอีก นี่กรูอุตส่าห์อ่านเมลเมิงนะเนี่ย อย่ากระนั้นเลย บอกให้ส่งต่อใช่ปะ งั้นกรูก็ส่งต่อ ให้เมิงอีกต่อละกัน นี่ไง “ส่งต่อ..” 

                       3.      อาถรรพ์เรื่องผี 

                       อันนี้ก็จะเป็นแนวการเล่าเรื่องผีแบบเร้าอารมณ์ ซึ่งตรงนี้ต้องนับถือนะครับ เขียนได้ซะบิ้วด์อารมณ์เลย แต่ต้องขอบอกว่าฝีมือการเขียนเรื่องสั้นนั้น ยังไม่ถึงขั้น สงสัยใช่มั้ยครับ ว่าผมหมายถึงเมลไหน ก็เมลที่เค้าเล่าถึงเรื่องยายเค้าไงครับ มาตรงนี้หลายๆคนคงจะถึงบางอ้อแล้ว เพราะเคยเจอเนื้อหาเมลจะประมาณว่า

                        เค้ามียายที่รักมากคนนึง แล้วยายแกเสีย ตกดึกคืนนึง ยายมาหาแก จะพาแกไปอยู่ด้วย มาถึงตรงนี้เกือบจะเชื่อแล้วล่ะ เพียงแต่คนเขียนเล่นง่ายไปหน่อย

                         ก่อนที่ยายจะหักคอ ผมเลยบอกยายไป 'งั้นยายไปเอาชีวิตคนที่อ่านเมลผมแล้วไม่ส่งต่อนะยาย' ยายยิ้มหัวเราะชอบใจก่อนจะหายไป”  

                       ตรงนี้คนขวัญอ่อนอ่านจะสติไม่อยู่กับเนื้อกับตัวแล้ว และรีบส่งต่ออย่างเร็วไว ส่งผลให้คนที่รับไป เกิดอารมณ์ที่ว่า “เมิงจะส่งมาให้กรูทามม้ายยยยยยยยยยยยยยยย” 

                       ใจเย็นๆครับ มาคุยกันแบบ Soft Soft นะครับ เอะใจกันมั่งมั้ยครับ ตรง 'งั้นยายไปเอาชีวิตคนที่อ่านเมลผมแล้วไม่ส่งต่อนะยาย' นึกดูนะครับ คนเจอผีหลอก กำลังจะโดนหักคอ มันจะพูดงี้มั้ยครับ อีกอย่างตะกี้ตอนมันเล่ามันบอกว่ามันหลับอยู่ในที่นอน แล้วสะดุ้งตื่นเพราะเจอผีหลอก ถามจริง ที่นอนอาอึ้มมันส่งเมลได้เหรอ

                        นี่คือเหตุผลที่ผมไม่ส่งต่อ เขียนเรื่องทั้งทีก็ไม่ตรวจสอบ สำนักพิมพ์ไม่รับนะเนี่ย 555+ แต่ก็ทำให้คนขวัญอ่อนอีกมากมายเชื่อ ไม่งั้นคงไม่มีใครส่งมาจนถึงปัจจุบันนี้หรอก ยังไงถ้าพวกคุณอ่าน แล้วเจอใครกำลังจะส่งต่อเมลทำนองนี้ช่วยไปเตือนเขาทีนะครับ

                        อีกเหตุผลหนึ่งที่ผมไม่ส่งต่อก็คือ ถ้าผีออกมาหาผมจริงๆ ผมจะรู้สึกดึใจครับ ทำไมรู้มั้ยครับ เพราะนั่นแสดงให้ทราบว่า ผีไทยใช้ Internet กันแล้ว

                        4.      ส่งต่อแล้วคนในรูปได้เงินบริจาค

                         ประมาณว่าคนในรูปพิกลพิการ หรือประสบอุบัติเหตุ หากต้องการช่วยเหลือ ให้ส่งเมลต่อ คนในรูปจะได้รับเงินบริจาคเมลละหนึ่งเซ็นต์ จากสำนักงาน XX

                        หนึ่งเซ็นต์น้อยมากครับ ฉะนั้นคนใจบุญต้องส่งต่อให้เป็นร้อยคน ถึงจะได้หนึ่งดอลล่าห์ 

                       แต่ใจเย็นๆครับ เมลลวงโลกแน่นอน มาถึงตรงนี้คนใจบุญอาจจะไม่พอใจผม บอกว่าผมใจหยาบกระด้างไม่มีความอ่อนโยน แต่ขอโอกาสผมอธิบายก่อน(พูดเป็นนักการเมืองเลยวุ้ย)

                        ถ้าเขาเดือดร้อนและต้องการเงินบริจาค โดยที่สำนักงาน XX (ไม่ขอออกนามเพราะไม่ได้ค่าโฆษณา)จะเป็นผู้จ่ายให้ ทำไมเขาต้องให้เราส่งเมล และเขาจะนับเมลนั้นแล้วจ่ายให้ ทำไมเขาไม่จ่ายเงินบริจาคไปแต่แรกเลยล่ะถ้ารวยจริง เหตุผลมันแย้ง เพราะเมลมัน Fake

                        ถ้าเขาจะรับเมล เขาจะนับไงล่ะ ผู้ให้บริการเมลไม่ใช่มีแค่ Hotmail , Gmail , Yahoo นะครับ ยังมีเมลของประเทศต่างๆอีก เช่น Thaimail เป็นต้น ใครจะไล่นับได้หมด บางคนอาจจะบอกว่า

                        เขาก็ใส่โปรแกรมนับเมลไว้ในเมลเลยสิ” น่าเชื่อครับ แต่ผมเรียน Com-Sci ครับ ทราบดีว่าเมลเป็นแค่ Text อย่างมากก็แบบเว็บเพจ Html ไม่สามารถแทรกโค้ดลงเมลได้ ขืนแทรก ยากที่จะผ่านตัวกรองเมล ฉะนั้นเหตุผลแย้งอีกแล้ว Mail Fake ชัวร์ 

                       อีกเหตุผลหนึ่งก็คือ ถ้ามารอคนส่งเมลต่อ คนประสบเหตุ หรือคนพิการตายกันพอดี ชาติไหนจะได้เงินมารักษานี่

                        ฉะนั้นเมลประเภทนี้ผมจะไม่ส่งต่อครับ นอกจากจะหลอกลวงแล้ว ยังเอาคนในรูปที่เขาพิการ และบาดเจ็บ มาแกล้งหลอกคนอื่นอีก ถ้าจะว่าผมเลว ว่าคนส่งดีกว่าครับเลวกว่า “หลอกคนทั้งอินเตอร์เน็ตและเอารูปคนพิการมาใช้ด้วย” 

                        อันนี้ต้องพิจารณาเป็นบางเมลครับ อย่างเรื่องปา-ติ-หาน นี่ก็เรื่องจริง เรื่องขอบริจาคเลือด คนหาย อันนี้ก็ส่งต่อไปเถอะครับช่วยๆกัน แต่ถ้าเป็นเมลข้างต้นขอบายครับ 

                      5.      บทความมีสาระ(แต่เชือดกรูทีหลัง)

                        ประเภทนี้นี่ตอนแรกมานี่ มีสาระครับ แต่หลอกเชือดเราทีหลังยกตัวอย่างเช่น บทความทางความรัก แหมอ่านแล้วกระชุ่มกระชวย พออ่านลงมาข้างล่างอ่าว “ส่งต่อให้ครบ7คนแล้วคำอธิฐานของคุณจะเป็นจริง ถ้าไม่ส่งต่อจะไม่มีใครรักคุณ” อ่าวเจอเข้าอย่างงี้ไม่น่ารักเลย ตอนแรกว่าจะส่งต่อละ ถ้าส่งต่อ7คนแล้วจะอธิฐานให้หล่อน้อยลง สาวจะได้เลิกตอมมั่ง หรือไม่ส่งต่อไม่มีใครรักก็ช่างสิ คาสโนว่าซะอย่างหาใหม่ๆ สาวเยอะอยู่ล้าววว เอิ้ก อ้าว ใครโห่... 

                       หรือจะเป็นพวก ทะลึ่งๆหน่อย อ่านแล้วอมยิ้ม ส่งต่อดีกว่า เอ๊ะ ข้อความอะไรอยู่ข้างล่างหว่า “ถ้าไม่ส่งส่งต่อคุณอาจจะต้องเสื่อมสมรรถภาพทางเพศ โปรดส่งต่อเพื่อความสุขในชีวิตคุณ” อ๊ะ ไอ้นี่ เล่นแรง อย่ากระนั้นเลย ส่งต่อเลย ไม่ได้กลัวเสื่อมสมรรถภาพทางเพศนะครับ แต่ส่งคืนให้มันนั่นแหละ มันจะได้มีความสุขในชีวิตตลอดไป อืม....สะใจ เล็กๆ

                         6.      ส่งต่อให้ครบแล้วจะปรากฏชื่อคนที่รัก

                        ส่งต่อให้ครบ 8 คนแล้วกด F5 Refresh จะปรากฏชื่อคนที่รักคุณ อันนี้ผมไม่ได้ทดลองครับ และไม่คิดจะทดลองด้วย ก็ผมเรียนคอมมา พอจะแยกออกอันไหนเป็นไปได้อันไหนเป็นไปไม่ได้ อย่างที่บอก เมลแทรกโค้ดโปรแกรมมันก็ต้องเจอบล็อกไปแต่แรกแล้ว อย่าไปเชื่อมัน

                        ถ้ามีใครส่งเมลประเภทนี้มาให้ แสดงว่าคนที่ส่งมาให้คุณน่ะ กะลังอยากรู้ว่ามีใครที่รักเขา ถ้าเขาหรือเธอส่งครบแล้วแต่ไม่มีชื่อคนที่รักเขาขึ้นมา คุณอาจจะใช้โอกาสนี้บอกกับเขาว่า “ก็ฉันนี่ไง คนที่รักเธอ”  ก็นับว่า ปรับวิกฤติให้เป็นโอกาส

             ก่อนที่จะส่งต่อเมลไปให้เพื่อนๆคุณ โปรดนึกถึงหน้าเพื่อนคุณให้ดี ถ้าคุณได้แต่ส่งฟอร์เวิร์ดเมลที่ไม่มีสาระพวกนี้ไปเขาจะคิดกับคุณยังไง ยิ่งเป็นพวกเมลลูกโซ่อีก คุณก็ยังไม่อยากได้ แล้วเพื่อนคุณเขาอยากได้หรือ? ถ้าคุณหยุดส่งเมลลูกโซ่ เท่ากับว่าคุณตัดวงจรนรกพวกนี้ได้อีกเยอะแล้ว และถ้ามีคนที่ไม่ส่งฟอร์เวิร์ดเมลนรกพวกนี้สัก10คน เมลพวกนี้คงแพร่ตัวช้าลง แต่คงไม่หมดไปหรอกครับ จนกว่าคนไทยและชาวโลกจะมีวิจารณญาณมากกว่านี้ 

           สุดท้ายก่อนจาก อยากจะบอกว่า เช้านี้..... เชียงใหม่หนาวมาก สวัสดีครับ                                                                                                                         ด้วยรักจากใจ

 

edit @ 10 Nov 2008 18:44:20 by Kenessar